แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 05.วัฒนธรรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 05.วัฒนธรรม แสดงบทความทั้งหมด
ประเพณีโน้มกิ่งฟ้าดอกดำ ดอกแดง
ประวัติความเป็นมาของวัฒนธรรม
วัฒนธรรมชนเผ่าขมุและประเพณีกินดอกดำดอกแดงโน้มกิ่งฟ้า เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ส่งเสริมให้ประชาชนและเยาวชนรู้คุณค่าของขนบธรรมเนียมประเพณีตลอดจนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป ศึกษาเพิ่มเติม
ประเพณีของชาวไทยเชื้อสายอิ้วเมี่ยน
ประวัติความเป็นมาของวัฒนธรรม
เป็นประเพณีของชาวไทยเชื้อสายอิ้วเมี่ยน ที่มีวัฒนธรรม ประเพณีอันล้ำค่าที่สืบทอดกันมาช้านาน และเป็นเอกลักษณ์ของตนเองเช่นภาษาพูดการแต่งกาย และเป็นการเผยแพร่ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามสู่สาธารณชน และสร้างความภาคภูมิใจให้กับอนุชนรุ่นหลังได้เห็นความสำคัญและคงอนุรักษ์สืบสาน ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของกลุ่มชาติพันธุในจังหวัดน่าน โดยได้ดำเนินกิจกรรมในภารกิจของโครงการคือ กิจกรรมเส้นทางท่องเที่ยววิถีชาติพันธุ์ และกิจกรรมมหกรรมชาติพันธุ์น่าน ประชาชนชาวอิ้วเมี่ยนทุกคนจะหยุดพักจากการงานทุกอย่าง ได้พบปะพี่น้องญาติมิตร และร่วมกินดื่มสังสรรค์เพื่อขอพรจากผู้ใหญ่ วัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีชนเผ่าอิ้วเมี่ยน “เทศกาลปีใหม่อิ้วเมี่ยน”ให้คงอยู่สืบไป เพื่อให้ชนเผ่าอิ้วเมี่ยนได้ร่วมกิจกรรมต่างๆในเทศกาลปีใหม่ สร้างความรักความหวงเห็นวัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาของชนเผ่า ศึกษาเพิ่มเติม
วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นในตำบลศิลาเพชร
วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นในตำบลศิลาเพชร
ตามตำนานประวัติของตำบลศิลาเพชรตอนหนึ่งได้กล่าวว่า
เจ้าเก้าเกื่อน ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลาน ได้ปกครองเมืองล่างสืบแทน ในสมัยนั้นพญางำเมือง เจ้าเมืองพะเยา ได้ยกทัพมาตีเมืองวรนคร เจ้าเก้าเกื่อนได้ช่วยพ่อคือพ่อขุนฟองปราบข้าศึกจนพ่ายแพ้ไป เจ้าเก้าเกื่อนปกครองเมืองล่างอยู่นั้น ท่านได้พาราษฎรสร้างเจดีย์ขึ้นที่ม่อนพักหรือม่อนป่าสัก (ปัจจุบันอยู่ในเขตบ้านดอนมูล) และได้จัดทำสนามไว้สำหรับชุมชนช้างม้าที่เป็นพาหนะออกทำศึกในที่ดอนแห่งหนึ่ง (ปัจจุบันอยู่ในเขตบ้านดอนไชย)
ต่อมาเจ้าเก้าเกื่อนท่านได้นำต้นโพธิ์มาจากสุโขทัย มาปลูกไว้ใกล้กับบ้านบ่อตองทางทิศตะวันตก พร้อมทั้งสร้างเจดีย์องค์เล็กๆ 1 องค์ ใกล้กับต้นโพธิ์ นำเอาเพชรนิลจินดาแก้วแหวนเงินทองของมีค่าต่างๆ บรรจุไว้ในเจดีย์ ปัจจุบันไม่ปรากฎให้เห็นเจดีย์ เนื่องจากต้นโพธิ์โตขึ้นครอบเจดีย์องค์เล็กจมหายลงไปในดินนานนับหลายร้อยปีแล้ว คงเหลือแต่ต้นโพธิ์ใหญ่ที่สุดในตำบลศิลาเพชรศึกษาเพิ่มเติม
ประเพณี ตั้งธัมม์หลวง (ตานธรรมหลวง)
ตั้งธรรมหลวง/เทศมหาชาติ(ตานธรรมหลวง)
ประเพณี ตั้งธัมม์หลวง (ตานธรรมหลวง) หมายถึงการฟังพระธรรมเทศนาเรื่องใหญ่หรือเรื่องสำคัญ เพราะธรรมหลวงที่ใช้เทศน์มักจะเป็นเวสสันดรชาดก อันเป็นพระชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ก่อนจะได้มาประสูติและตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในชาติต่อมา มีทั้งหมด ๑๓ กัณฑ์ คำว่า “ตั้ง” แปลว่าเริ่มต้น การตั้งธรรมหลวง ก็อาจแปลว่าการสดับพระธรรมเทศนาจากคัมภีร์ที่จารขึ้นใหม่เป็นครั้งแรกด้วย ประเพณีนี้ตรงกับงานประเพณีฟังเทศน์มหาชาติของภาคกลาง การตั้งธรรมหลวงนี้ จะจัดขึ้นในวันเพ็ญเดือนยี่ มีการเตรียมงานนับตั้งแต่การเตรียมสถานที่ในการเทศน์และการเตรียมตัวของผู้จะมาฟังเทศน์ ถือเป็นพิธีใหญ่คู่งานทานสลากภัตต์ ดังนั้น จึงมีคตินิยมว่า ในวัดหนึ่งนั้นปีใดที่จัดงานทานสลากภัตต์ก็จะไม่จัดงานตั้งธรรมหลวง และปีใดที่จัดงานตั้งธรรมหลวงก็จะไม่จัดงานทานสลากภัต เพราะสองงานนี้ต้องใช้ความเสียสละความร่วมมือจากศรัทธาชาวบ้านอย่างมาก “ตั้งธรรมหลวง” นอกจากเทศน์มหาชาติหรือเวสสันดรชาดกแล้ว ธรรมหรือคัมภีร์ที่นำมาเทศน์ในงานตั้งธรรมหลวงนี้ อาจเป็นคัมภีร์ขนาดยาวเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ได้ ซึ่งทางวัดและคณะศรัทธาจะช่วยกันพิจารณา โดยอาจเป็นเรื่องในหมวด ทศชาติชาดกปัญญาสชาดก หรือชาดกนอกนิบาตเรื่องอื่น แต่ที่นิยมกันมากคือเรื่อง มหาชาติ หรือ เวสสันดรชาดก (เวสสันตระ) ซึ่งมีความเชื่อกันว่า หากได้ฟังเทศน์มหาชาติครบ ๑๓ กัณฑ์ จะไปเกิดในแผ่นดินยุคพระศรีอาริยะเมตไตรยในอนาคต และได้พละนิสงส์ดังปรากฏในพระธรรมเทศนาอานิสงส์แห่งการสร้างหรือฟังมหาเวสสันดรชาดกไว้ว่าศึกษาเพิ่มเติม
ชนเผ่าเมี่ยน
ชนเผ่าเมี่ยน : ประเพณีปีใหม่
วันขึ้นปีใหม่ (เจี๋ย เซียง เหฮียง)
พิธีฉลองปีใหม่ของเมี่ยนจะจัดเป็นประจำทุก ๆ ปี หลังจากปีเก่าได้ผ่านพ้นไปแล้ว เช่นเดียวกับชนเผ่ากลุ่มอื่น ๆ ทั่วไป แต่เนื่องจากเผ่าเมี่ยนใช้วิธีนับวัน เดือน ปี แบบจีน ดังนั้นวันฉลองปีใหม่จึงเริ่มพร้อมกันกับชาวจีน คือ วันตรุษจีน ภาษาเมี่ยนเรียกว่า เจี๋ยฮยั๋ง ก่อนที่จะถึงพิธี เจี๋ยงฮยั๋ง นี้ ชาวบ้านแต่ละครัวเรือน จะต้องเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นทั้งของใช้ส่วนตัว และของใช้ในครัวเรือนให้เรียบร้อยก่อน เพราะเมื่อถึงวันขึ้นปีใหม่แล้ว จะมีกฏข้อห้ามหลายอย่างที่เผ่าเมี่ยน ยึดถือและปฏิบัติกันต่อ ๆ กันมา
ชาวเมี่ยนจะมีสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนวันปีใหม่ คือ
1. อาหารสัตว์ เช่น หยวกกล้วย หญ้าสำหรับเลี้ยงหมูเลี้ยงวัว และอื่น ๆ เพราะเมี่ยนเชื่อว่า ถ้าไปหาอาหารสัตว์ในวันขึ้นปีใหม่นี้ เมื่อถึงเวลาทำไร่ จะมีวัชพืชขึ้นมาก ทำให้ผลผลิตไม่ดีหรือไม่พอกิน
2. ฟืน สำหรับหุงต้ม เมี่ยนเชื่อว่าถ้าไปตัดฟืนในวันขึ้นปีใหม่ จะทำให้ในตัวบ้านมีแมลงบุ้งมาก
3. ขนม(ฌั้ว) ใช้สำหรับไหว้พรรพบุรุษ และใช้กินในวันขึ้นปีใหม่ ขนมที่ทำมี ข้าวปุก (ฌั้ว จซง) ข้าวต้ม มัดดำ (ฌั้วเจี๊ยะ, ฌั้วจฉิว)
4. เนื้อ สัตว์ ส่วนมากจะฆ่ากันวันที่ 30 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของปีเก่า มีทั้งหมู และไก่ เพราะเมื่อถึงวันขึ้นปีใหม่ เมี่ยนจะไม่ฆ่าสัตว์ มีความเชื่อว่า ถ้าฆ่าสัตว์ในวันขึ้นปีใหม่นี้แล้ว จะทำให้การเลี้ยงสัตว์ไม่ ดี และทำให้เกิดโรคต่าง ๆ แก่สัตว์ได้
5. เตรียมไข่ เพื่อจะมาย้อมเป็นสีแดง สำหรับย้อมให้เด็ก และญาติพี่น้องที่มาเที่ยวในวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นสิริมงคล และเป็นสิ่งที่ดีงาม
6. ของใช้ส่วนตัว เช่น เสื้อผ้าเครื่องประดับ และอื่น ๆ จะต้องเตรียมให้พร้อมก่อนวันขึ้นปีใหม่ เพราะในวันขึ้นปีใหม่ เมี่ยนห้ามใช้เงิน ถ้าใช้เงินในวันนี้เชื่อว่า เวลามีเงินแล้ว จะไม่สามารถเก็บได้ ต้องจับจ่ายออกไปจะยากจนและไม่สามารถหาเงินทองได้
7. ประทัด ใช้จุดเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และครอบครัว เป็นการแสดงความยินดีที่ปีเก่าได้ผ่านไปด้วยดี และต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะถึง...
วันขึ้นปีใหม่นี้ญาติพี่น้องของแต่ละครอบครัว ซึ่งแต่งงานแยกครอบครัวออกไปอยู่ที่อื่น ก็จะพากันกลับมาเยี่ยมพ่อแม่ และญาติพี่น้องของตนเอง ซึ่งเป็นการพบปะสังสรรค์ และทำพิธีบวงสรวงบรรพบุรุษร่วมกัน (เสียงเมี้ยน) พิธีนี้จะเริ่มวันที่ 30 ซึ่งถือว่าเป็นวันส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับปีใหม่ และเป็นการแสดงความขอบคุณแก่วิญญาณ บรรพบุรุษที่ได้คุ้มครองดูแลเรา ในรอบปีที่ผ่านมาด้วยดี หรือบางครอบครัวที่มีการบนบานเอาไว้ก็จะมา ทำพิธีแก้บน และเซ่นไหว้กันในวันนี้
วันที่ 1 (แซ่ง เอี๊ยด ดอม) เป็นวันขึ้นปีใหม่ แต่ละครอบครัวจะตื่นแต่เช้ามืด แล้วเดินไปหลังบ้านไปเก็บก้อนหินเข้าบ้าน เสมือนเรียกขวัญเงินขวัญทองเข้าบ้านด้วย เชื่อว่า เงินจะไหลมาเทมาให้กับครอบครัว ให้ครอบครัวมีความสุข พอเก็บก้อนหินเข้ามาในบ้านแล้ว ผู้ใหญ่จะต้มไข่เพื่อย้อมไข่แดง ส่วนเด็ก ๆ ตื่นขึ้นมาก็จุดประทัด หรือยิงปืนเพื่อเป็นสิริมงคล และเฉลิมฉลองปีใหม่ และทำพิธี "ป๋าย ฮหยัง" เป็นพิธีไหว้บรรพบุรุษ หรือศาลเจ้า เป็นความหมายว่าปีเก่าได้ผ่านพ้นไปแล้ว สิ่งไม่ดีต่าง ๆ ก็ขอให้หมด หรือผ่านไปเสีย เริ่มปีใหม่แล้วขอให้มีแต่สิ่งดี ๆ การดำรงชีวิตสะดวก ราบรื่น ไม่มีปัญหาอุปสรรค และอื่น ๆ พิธีนี้แต่ละครอบครัว แล้วแต่ว่าจะทำหรือไม่ บางทีก็ทำหมดทั้งหมู่บ้าน ซึ่งจะมีการเวียนไหว้กันไปจนครบทุกบ้าน หรือบางครั้งอาจมีการไหว้เป็นสายตระกูลหรือเครือญาติเท่านั้น ศึกษาเพิ่มเติม
ประเพณีปีใหม่ม้ง
ประเพณีปีใหม่ม้ง ที่หมู่บ้านของชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ประเพณี ปีใหม่ของพวกเขาตรงกับ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 2 ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในระยะเวลาระหว่างเดือนธันวาคม-มกราคมของทุกปี ซึ่งในวันปีใหม่นี้ของชาวม้ง จัดเป็นงานประเพณีที่ชาวม้ง รอคอยอย่างใจจดใจจ่อ เนื่องจากจะเป็นการพบปะกันระหว่างกลุ่มญาติมีประเพณีขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์และผู้อาวุโส เป็นวันที่หนุ่มๆสาวๆในหมู่บ้านจะได้เลือกคู่ มีการจัดการแข่งขันกีฬาประเพณีและการละเล่นต่างๆ เช่น
1. ตีลูกข่าง เป็นกีฬาชาวดอยที่กลุ่มผู้ชายชอบนำมาเล่นแข่งขันกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่
2. โยนลูกข่าง (โยนบอล) เป็นกีฬาที่กลุ่มหนุ่มสาวชอบนำมาละเล่น เพื่อความสนุกสนาน เพื่อเชื่อความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อและหนุ่มสาว ให้มีความสนิทสนมกันมากขึ้น เป็นสื่อแห่งความรัก สำหรับเกมส์และกติกาการเล่น แล้วแต่ทั้งสองฝ่ายจะเป็นผู้ตกลงกันเอง
3. เป่าแคน เป็นการแสดงถึงวัฒนธรรมประเพณี อย่างหนึ่งของขาวเขาลักาณะของการเป่าและสำเนียงของเสียงเพลงที่เป่าจะแตกต่างจากภาคอื่น ๆ โดยสิ้นเชิง
4. ร้องเพลง เป็นความนิยมของชาวเขาเผ่าม้งอีกอย่างหนึ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ จะมีการแข่งขันประกวดร้องเพลงม้งกันทั้งชายหญิง ลักษณะเพลงส่วนใหญ่จะเป็นเพลงพรรณนาถึงความหลังครั้งอดีต และเพลงประเภทเกี้ยวพาราสีเป็นส่วนใหญ่ ศึกษาเพิ่มเติม
ประเพณีการกินสโหลด(ตีพิ)
ประเพณีการกินสโหลด(ตีพิ) ตำบลสกาด อำเภอปัว จังหวัดน่าน
ประเพณีการกินสโหลด(ตีพิ)เป็นประเพณีของชาวตำบลสกาดโดยชาวบ้านจะต้องออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อเข้าป่าลึกเพื่อหาไม้ไผ่ (ไม้เฮี้ย) ที่จะมาทำเครื่องดนตรีที่เรียกว่า "พิ"โดยมีหมอผีประจำหมู่บ้านเป็นผู้กำหนด ระหว่างที่เดินทางจะเข้าป่า จะไม่มีการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เพราะว่าถือว่าเป็นการอยู่กรรม
เมื่อไปถึงป่าไม้ไผ่ที่เป็น หมอผีจะเป็นผู้ลงมือตัดเป็นคนแรก จากนั้นชาวบ้านก็จะช่วยกันตัด โดยจะเลือกไม้ไผ่ที่มีลำต้นตรงได้ที่ขนาดพอเหมาะ ตัดเป็นปล้องๆ ส่วนใต้ข้อลงไปและเหนือข้อขึ้นไป ขนาดเกือบ 1 ฟุต เมื่อได้ขนาดที่ต้องการตามที่กำหนด จะเจาะรูทั้งสองด้านของปล้องไม้ไผ่ แล้วเหลาไม้ยาวเท่าๆ ขนาดของปล้องไมไผ่ ใช้ เสียบทะลุตรงรูที่เจาะเหนือข้อปล้อง โดยทิ้งปลายไม้ทั้งสองด้าน ปลายสไม้ส่วนที่สั้นใช้จับ และส่วนปลายไม้ที่ยาวกว่าเป็นส่วนที่ใช้เคาะ เพื่อให้เกิดเสียง ชาวบ้านคนหนึ่ง จะต้องประกอบพิขึ้นมา ให้ได้ 3 อันก่อนที่จะมามารวมเป็นชุด (ชาวบ้านเรียกว่าจูม) ประเพณีการเล่นพิ (กินสโลด) ศึกษาเพิ่มเติม
สมัครสมาชิก:
บทความ
(
Atom
)







