TKP HEADLINE

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อำเภอท่าวังผา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อำเภอท่าวังผา แสดงบทความทั้งหมด

บ่อน้ำร้อนโป่งกิ


บ่อน้ำร้อนจากใต้ดิน สำหรับแช่และอาบ บรรยากาศดี สามารถศึกษาวัฒนธรรมชนเผ่าเมี่ยน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ในเขตวนอุทยานแห่งชาตินันทบุรี ล้อมรอบด้วยภูเขา บ่อน้ำร้อนที่เพิ่งค้นพบ ตั้งอยู่ในบ้านน้ำกิ หมู่ที่ 5 ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอท่าวังผา ประมาณ 33 กิโลเมตร ออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งนอกจากน้ำพุร้อนแล้ว ที่ตำบลผาทองแห่งนี้ยั้งมีน้ำตกภูสัน ที่มีความสูงถึง 12 ชั้น มีไร่กาแฟที่มีชื่อเสียง และน้ำออกรูในหมู่บ้านภูสันอีกด้วย บ่อน้ำร้อน มีบ้านพักรับรอง 2 หลัง พักได้ประมาณ 20 - 30 คน มีห้องอาบน้ำแร่แบบตักอาบ 2 ห้อง แบบแช่ 2 ห้องและศาลาพักร้อน 6 หลังสามารถกางเต้นท์ได้ทุกจุด ศึกษาเพิ่มเติม

ประเพณีปีใหม่เมี่ยน


ชนเผ่าเมี่ยน : ประเพณีปีใหม่
วันขึ้นปีใหม่ (เจี๋ย เซียง เหฮียง)
พิธีฉลองปีใหม่ของเมี่ยนจะจัดเป็นประจำทุก ๆ ปี หลังจากปีเก่าได้ผ่านพ้นไปแล้ว เช่นเดียวกับชนเผ่ากลุ่มอื่น ๆ ทั่วไป แต่เนื่องจากเผ่าเมี่ยนใช้วิธีนับวัน เดือน ปี แบบจีน ดังนั้นวันฉลองปีใหม่จึงเริ่มพร้อมกันกับชาวจีน คือ วันตรุษจีน ภาษาเมี่ยนเรียกว่า เจี๋ยฮยั๋ง ก่อนที่จะถึงพิธี เจี๋ยงฮยั๋ง นี้ ชาวบ้านแต่ละครัวเรือน จะต้องเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นทั้งของใช้ส่วนตัว และของใช้ในครัวเรือนให้เรียบร้อยก่อน เพราะเมื่อถึงวันขึ้นปีใหม่แล้ว จะมีกฏข้อห้ามหลายอย่างที่เผ่าเมี่ยน ยึดถือและปฏิบัติกันต่อ ๆ กันมาศึกษาเพิ่มเติม

นายเจริญศักดิ์ เลิศวรายุทธ์

ประวัติข้อมูลส่วนตัว
นายเจริญศักดิ์ เลิศวรายุทธ์
ที่อยู่ 123 หมู่ที่ 6 ต.ผาทอง
การศึกษา
มัธยมศึกษาตอนปลาย จาก กศน.อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน
สถานที่ตั้ง
ที่อยู่ 123 หมู่ที่ 6 ต.ผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน 55140 ศึกษาเพิ่มเติม

นายศรีลัย จิณะไชย


1. ประเภทปราชญ์ชาวบ้าน -การประกอบอาชีพ
2. ประวัติความเป็นมาภูมิปัญญา
3. ประวัติส่วนตัวปราชญ์ชาวบ้าน
นายศรีลัย จิณะไชย เกิดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2494 อายุ 68 ปี สมรสกับนางก้าน จิณะไชย อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 225 บ้านแหน 1 หมู่ที่ 1 ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน 55140 ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำสวน และอาชีพเสริม การทำเครื่องหวายศึกษาเพิ่มเติม

โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูและส่งเสริมการปลูกหวายไผ่ จังหวัดน่าน

1.เพื่อสนองพระราชดําริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูพันธุ์หวายและไผ่รวมทั้งการสืบสานและพัฒนาอาชีพการจักสานหวายและไผ่ในจังหวัดน่าน 2.เพื่อเป็นแหล่งศึกษารวบรวมพันธุ์และขยายพันธุ์พัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการพันธุ์หวายพื้นเมืองและไผ่ในจังหวัดน่าน 3.เพื่อส่งเสริมและการมีส่วนร่วมกับชุมชนในการอนุรักษ่และเพิ่มพื้นที่ปลูกหวายและไผ่ให้มีปริมาณเพียงพอกับความต้องการ และมีการใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนตลอดไป ศึกษาเพิ่มเติม

วัดพระธาตุจอมนาง


วัดพระธาตุจอมนาง เดิมมีชื่อว่า พระธาตุจอมแจ้งดอยเรือ พระธาตุจอมแจ้งดอยเรือ หรือพระธาตุจอมนาง ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น พระธาตุจอมพระ (พระธาตุจอมนาง) เป็นปูชนียสถานที่สำคัญศักดิ์สิทธิ์และสำคัญยิ่งของชาวตำบลจอมพระ ตำบลยม ตั้งอยู่บนยอดดอย (เนินเขา) เรียกว่า เนินเขาดอยเรือ มีลำน้ำห้วยขมิ้นและลำน้ำย่างไหลผ่านอยู่ในเขตบ้านถ่อน หมู่ที่ ๑ และหมู่ที ๙ ตำบลจอมพระ ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน มีถนนวรนคร เรียกว่า ถนนสายท่าวังผา ? ยม ? ศิลาเพชร ผ่าน พระธาตุจอมนาง เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธ์ตามตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า มีเรือทองคำขนาดยาว ๒ นิ้ว กว้าง ๑ นิ้ว ซึ่งผอบทองคำบรรจุพระสาริกธาตุของพระอรหันต์เจ้า ของพระพุทธเจ้า และพระสาวกธาตุ พร้อมด้วยของดีมีคุณค่าที่ควรสัการบูชาอย่างสูงสุด พระธาตุจอมนาง เป็นโบราณสถานทีมีมานานประมาณ ๖๐๐ ปีกว่า ซึ่งสร้างมาร่วมสมัยสร้างพระธาตุแช่แห้งเมืองน่าน และได้ก่อสร้างพร้อมกับพระธาตุจอมพริก ตำบบลยม เป็นปูชนียวัตถุสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองของชาวตำบลจอมพระ และเป็นนามชื่อของตำบลจอมพระ ศึกษาเพิ่มเติม

วัดยู้


ประวัติพระวิหารวัดยู้

วันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ ชาวบ้านยู้ได้ร่วมกันย้ายพระประธานในวิหารหลังเก่า ซึ่งตอนนั้นได้หันหน้าไปทางทิศใต้ให้หันหน้าไปทางทิศเหนือ และเริ่มสร้างพริหารวัดยู้หลังใหม่เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๓ โดยการนำของพ่อกำนันชาญ ปะทิ พ่อผู้ใหญ่สวัสดิ์ เทพกัน พ่อผู้ใหญ่ทิด ปะทิ คณะกรรมการและชาวบ้านยู้ทุกคนได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์สร้างจนเสร็จเมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๓๘ และมีการฉลองวิหารในปีนั้น ศึกษาเพิ่มเติม

นายสุทัศน์ ธรรมสละ


ประวัติข้อมูลส่วนตัวของผู้ประกอบภูมิปัญญา

นายสุทัศน์ ธรรมสละ เกิดวันที่ 15 พฤศจิกายน 2498 เป็นบุตรของนายคื้น ธรรมสละ และนางคำมี ธรรมสละ สมรสกับนางเพียร ธรรมสละ มีบุตรจำนวน 2 คน คือนายประทวน ธรรมสละและนางจันทวรรณ ธรรมสละ จบชั้นประถมศึกษา จากโรงเรียนบ้านพร้าว ปัจจุบันอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 2ุ6 หมู่ 8 ตำบลจอมพระ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ประกอบอาชีพตีเหล็ก ศึกษาเพิ่มเติม


นายคง ไชยศิลป์


ประวัติข้อมูลส่วนตัวของผู้ประกอบภูมิปัญญา

นายคง ไชยศิลป์ เกิดวันที่ 20 สิงหาคม 2510  สมรสกับนางจำรอง ไชยศิลป์ มีบุตรจำนวน 2 คน คือนายธีรวัฒน์ ไชยศิลป์ และนายพัสพล ไชยศิลป์ จบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกศน.อำเภอท่าวังผา ปัจจุบันอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 7 ตำบลจอมพระ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ประกอบอาชีพเกษตรกรรรม ศึกษาเพิ่มเติม

นายคนอง ปะทิ

ประวัติความเป็นมาของภูมิปัญญา

นายคนอง ปะทิ ได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตแบบพอเพียงและได้ไปศึกษาดูงานในแหล่งเรียนรู้ต่างต่างๆตลอดจนได้อบรมเกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่แล้วนำความรู้ที่ได้มาปรับใช้ในชีวิตปัจจุบันมีการลองผิดลองถูกจนเกิดความชำนานและสามารถนำวิชาความรู้ทที่ได้เผยแพร่ให้กับกลุ่มที่มีความสนใจเข้าไปเรียนรู้ที่ศูนย์เรียนรู้ตำบลจอมพระ ศึกษาเพิ่มเติม

การเพาะเห็ดนางฟ้า

1. การเตรียมโรงเรือนสำหรับเพาะเห็ดนางฟ้า
สำหรับโรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้านั้นควรมีขนาด 2 x 15 x 2 (กว้าง x ยาว x สูง) เมตร ซึ่งจะวางก้อนเชื้อเห็ดนางรม และเห็ดนางฟ้าได้ประมาณ 4,000 ก้อน โรงเรือนควรเป็นแบบที่สร้างง่าย ลงทุนน้อย และวัสดุที่จะนำมาสร้างเป็นโรงเรือนนั้นจะต้องหาง่ายที่มีอยู่ในท้องถิ่น เป็นวัสดุที่มาจากธรรมชาติ เช่น ฟาง, หญ้าแฝก, ไม้ไผ่ เป็นต้น สำหรับการสร้างโรงเรือนให้เหมาะสมนั้นควรสร้างในที่เย็นชื้นและสะอาดปราศจากศัตรูของเห็ดที่จะเข้ามารบกวน หลังคามุงจากหรือแฝก แล้วคลุมทับด้วยสะแลนอีก 1 ชิ้น การคลุมหลังคาขึ้นอยู่กับชนิดของเห็ดด้วย เพื่อป้องกันลม ลมแรง ลมค่อย ลมหนาว ลมแห้งแล้ง สภาพลม สภาพอากาศ มีผลกระทบต่อการออกดอกของเห็ดได้เช่นเดียวกัน ปิดประตูด้วยกระสอบป่านหรือแผ่นยาง ปูพื้นด้วยทราย เพื่อเก็บความชื้น ทิศทางลม ก้อมีส่วนสำคัญในการโรงเพาะเห็ด ต้องดูทิศทางของลมเหนือลมใต้ เพื่อป้องกันการพัดพาเชื้อโรค ที่จะมีผลต่อก้อนเห็ด และการออกดอกของเห็ด การสร้างโรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้าขนาด 2 x 15 x 2 มีทั้งหมด 4 ด้านด้วยกัน ซึ่งแต่ละด้านสามารถเก็บก้อนเชื้อเห็ดนางรม และเห็ดนางฟ้าได้ถึง 1,000 ก้อน ซึ่งการทำโรงเรือนในลักษณะนี้ ใช้พื้นที่รวมแล้วแค่ประมาณ 60 ตารางเมตรเท่านั้น วัสดุในการทำงานก็ใช้ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่ ไม้ยูคา หรือ อื่น ๆ ตัวเสาก็อาจจะใช้ไม้ที่มีขนาดใหญ่เพื่อความแข็งแรงของโรงเรือน หลังคาก็ใช้หญ้าแฝก ซึ่งเป็นวัสดุที่เหมาะกับการทำโรงเรือนเป็นอย่างดี เนื่องจากสามารถกักเก็บความร้อนชื้นได้ดี เป็นภูมิอากาศที่เห็ดนางรม และเห็ดนางฟ้าชอบ ศึกษาเพิ่มเติม

การเพาะเห็ดโคนน้อย


เห็ดโคนน้อย (เห็ดถั่ว) เป็นเห็ดที่เพาะง่าย และให้ผลผลิตที่สูง มีรสชาติอร่อย จึงเริ่มเป็นที่นิยมในวงกว้างมากขึ้น จากเดิมที่บริโภคเฉพาะในท้องถิ่น เราสามารถนำมาบริโภคได้ภายใน 5-7 วันนับจากวันที่เริ่มเพาะเห็ด โดยใช้ ฟางข้าว เป็นวัสดุเพาะ นอกจากนี้ยังสามารถที่จะใช้วัสดุเพาะอื่น ๆ เพาะได้อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นต้นและใบถั่วต่าง ๆ ต้นและซังข้าวโพด ทะลายปาล์มน้ำมัน ผักตบชวา ต้นและใบกล้วยที่นำมาหมักให้ย่อยสลายบางส่วน ซึ่งสามารถที่จะนำมาเป็นวัสดุเพาะได้ทั้งสิ้น และเป็นวัสดุเพาะที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น การเพาะเพื่อการบริโภคในครัวเรือนสามารถทำได้ง่ายๆโดยวิธีการเพาะแบบกอง ไม่จำเป็นต้องเพาะในโรงเพาะเห็ด ศึกษาเพิ่มเติม

กลุ่มไม้กวาดดอกหญ้าบ้านนาหนุน

กระบวนการผลิต
ไม้กวาด เป็นอุปกรณ์ที่ยังจำเป็นต้องใช้ภายในครอบครัว แม้ปัจจุบัน บางบ้านได้นำเครื่องดูดฝุ่นเข้ามาใช้บ้างแล้ว แต่ก็ยังมีบ้านและสถานที่ต่าง ๆ อีกจำนวนไม่น้อย ที่ต้องการใช้ไม้กวาด ดังนั้น การทำไม้กวาดเพื่อจำหน่าย จึงเป็นการเสริมรายได้อีกทางหนึ่งให้กับครอบครัวได้
อุปกรณ์
  • 1. เข็มเย็บกระสอบ
  • 2. เชือกฟาง
  • 3. ไม้ไผ่ ความยาวประมาณ 80 ซม.
  • 4. ดอกหญ้า
  • 5. ตะปูขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 ตัว
ขั้นตอนการทำไม้กวาด
1.นำดอกหญ้ามาทำความสะอาดและตากแดดให้แห้งคัดเลือกเฉพาะดอกหญ้าที่มีคุณภาพ ดี ศึกษาเพิ่มเติม

การทำไส้อั่วสมุนไพร

วิธีปรุง
1. เนื้อหมูติดมันบดละเอียด
2. นำเครื่องปรุงที่กล่าวมาทั้งหมด มาหั่นฝอยแล้วนำไปโขลกรวมกันให้ละเอียด
3. หลังจากนั้นให้นำไปคลุกเคล้ากับหมูให้ทั่วแล้วลองแบ่งตักไปคั่วให้สุกชิมดู ถ้ารสชาติอ่อนให้เติมเครื่องปรุงลงไปให้มีรสชาาติที่พอดี หมักพักทิ้งไว้
4. ล้างไส้ให้สะอาด แล้วนำมาตัดให้ยาวประมาณ 30 เซ็นติเมตรหรือยาวกว่านั้นก็ได้
5. นำหมูที่หมักแล้วยัดลงไปในใส่โดยใช้กรวยสามเหลี่ยมหรือถ้าไม่มีให้ตัดปากขวด หรือใช้เครื่องยัดไส้หมูอันโนมัติ ทำจนหมดหมูที่หมักไว้ก็จะได้ไส้อั่วเป็นขด ๆ
6. นำไส้อั่วที่ได้ไปนึ่งในลังถึง ประมาณ 15 นาที โดยขณะนึ่งใช้ไม้จิ้มฟัน แทงไส้ให้มีการระบายน้ำในไส้อั่วออกมา เพื่อกันไม่ให้ไส้แตก
7. หลังจากนั้นก็นำมาทาสีผสมอาหารเล็กน้อย โดยใช้สีผสมอาหารสีแสด ผสมกับน้ำแล้วนำไส้อั่วลงจุ่มแล้วนำขึ้นพักไว้ ที่ทำอย่างนี้เพื่อให้ไส้อั่วมีสีที่น่ารับประทาน
8. นำไปย่างเตาถ่านหรือ อบในเตาอบที่ใช้อบสำหรับไส้อั่ว ถ้าย่างเตาถ่านให้ใช้เปลือกมะพร้าวแห้งผสมลงไปด้วย ย่างไฟอ่อน ก็จะทำให้ไส้อั่วมีสีสวยและกลิ่นหอม อย่าใช้ไฟแรงจะทำให้ไส้อั่วไหม้ศึกษาเพิ่มเติม

นายหลี หาญยุทธ

ประเภท ภูมิปัญญา
นายหลี หาญยุทธ เป็นปราชญ์ ที่มีความรู้ความสามารถในการทำไหข้าว แบบโบราณ และจักสานกระติ๊บข้าว สานกระด้ง ศึกษาเพิ่มเติม

ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบลริม

ชื่อแหล่งท่องเที่ยว : ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบลริม

ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบลริม มีเนื้อที่ประมาณ 3 งาน นายพะยอม โตสุวรรณ ปราชญ์ด้านเกษตร และ นางบัวผัน ไชยสาร เป็นผู้ดูแล เริ่มต้นขึ้นในเดือนมิถุนายน ปี พ.ศ.2556 มีการเลี้ยงไก่สายพันธุ์หายาก เช่น ไก่ญี่ปุ่น ไก่ฮอลแลนด์ ไก่บราม่าไก่เบตง ไก่กระดูกดำ ไก่งวง ไก่ต๊อก ปลูก กล้วยหอม มะยงชิด มะนาว เดิมพื้นที่แห่งนี้ได้เป็นป่าไผ่ข้าวหลาม ไผ่รวก จึงมีการปรับลื้อออกสร้างเป็นเล้าไก่ ทำปุ๋ยหมักจากมูลไก่ ปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ เพิ่มการเลี้ยงปลา เลี้ยงกบ ภายใต้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้เห็นเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ศึกษาเพิ่มเติม

วัดเชียงแล


วัดหลวง (วัดเชียงแล)ตั้งอยู่บ้านเชียงแล 1 หมู่ที่ 4 ตำบลริม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2201 โดยมีพระยาธัมวุติ หาญกัน กับพระอธิการพรหมเทพ ลำน้อย เป็นผู้ก่อตั้งวัด และพระอธิการศรีวิชัย เทพแสน เจ้าอาวาสวัดหนองบัว ตำบลป่าคา เป็นช่างก่อสร้างวิหาร ใช้ระยะเวลาสร้าง 3 ปีเศษ จึงสำเร็จเรียบร้อย ฉลองสร้างวัดเสร็จในวันที่ 14-17 เมษายน พ.ศ. 2205 วัดเชียงแลใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่างๆ ของอำเภอท่าวังผา อาทิ วันสงกรานต์ วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา ศึกษาเพิ่มเติม

อุทยานปลาในแม่น้ำน่าน


รายละเอียดของแหล่งท่องเที่ยว

แหล่งอนุรักษ์พันธ์ปลา หน้าวัดศิริธาดา (นาเตา) เป็นแหล่งอนุรักษ์พันธ์ปลาจำนวนมาก ซึ่งมีการอนุรักษ์มาเป็นเวลานาน โดยไม่ให้มีการจับปลาไปบริโภคและการนำไปจำหน่าย
การเดินทาง : โดยสารโดยรถยนต์ส่วนตัว ไปยังหน้าวัดศิริธาดา (นาเตา) หมู่ 3 ตำบลริม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ศึกษาเพิ่มเติม

น้ำออกรูบ้านนาเตา

หมู่ 3 ตำบลริม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ซึ่งจะมีน้ำใสผุดออกมาและไหลไปตามแหล่งทำการเกษตรต่างๆ ทำให้ประชาชนในหมู่บ้านนาเตา หมู่ 3 บ้านป่าไคร้ หมู่ 2 บ้านท่าค้ำสอง หมู่ 7 ตำบลริม อำเภอท่าวังผา จัหวัดน่าน ได้ใช้ประโยชน์อย่างมาก ซึ่งในช่วงฤดูร้อนน้ำจะเย็นมากสามารถนำมาอุปโภคได้ ส่วนในช่วงฤดูหนาวน้ำจะอุ่น
การเดินทาง : เดินทางด้วยเท้าเปล่า ตั้งอยู่ทุ่งนา บ้านนาเตา หมู่ 3 ตำบลริม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ใกล้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านนาเตา ประมาณ 500 เมตร ศึกษาเพิ่มเติม

ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์

รายละเอียดผู้ประกอบอาชีพ :

นางอนุสรณ์ อินไชย
เบอร์โทร : 084-7409730 , 098-7494208
ได้เริ่มต้นจากกลุ่มแม่บ้านท่าค้ำ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 โดยมีวัตถุระสงค์เพื่อเพิ่มรายได้นอกภาคการเกษตรซึ่งเป็นอาชีพหลักของชุมชน โดยนำเอาวัตถุดิบหลักคือเนื้อหมูซึ่งมีราคาถูก มาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าให้เนื้อหมู และได้นำวัตถุดิบอื่นที่มีในหมู่บ้านมาใช้เป็นส่วนผสมในส่วนประกอบการทำผลิตภัณฑ์ เช่น กระเทียม พริก
จากนั้นในปี 2555 ในชุมชนมีเครือข่ายการเลี้ยงปลาน้ำจืด จึงนำเอาเนื้อปลามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างดี และได้รับโล่พระราชทานจาก สมเด็กพระบรมโอรสาธิราชฯในนามกลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำดีเด่น ในวันพืชมงคล
ผลิตภัณฑ์แปรรูป ประกอบไปด้วย
1. แหนมปลา
2. ปลายอ
3. หมูยอ ภูค้ำทอง
4. กุนเชียงหมู ภูค้ำทอง
5. กุนเชียงปลา ภูค้ำทอง
6. แหนมซี่โครงหมู
7. แหนมหมู ภูค้ำทอง ศึกษาเพิ่มเติม

ข้อคิดเห็นจากเครือข่าย TKP

 
Copyright © 2018 ศูนย์ข้อมูลความรู้ประชาชนจังหวัดน่าน. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand