TKP HEADLINE

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อำเภอปัว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อำเภอปัว แสดงบทความทั้งหมด

การทำแหนม


ชื่ออาชีพ การทำแหนม
รายละเอียดผู้ประกอบอาชีพ นางนางปริทัศน์ ปัทถาพงษ์
สถานที่ตั้ง พิกัด บ้านนางิ้ว
กระบวนการผลิต
วัสดุ/อุปกรณ์การทำแหนมหมู
1. เนื้อหมู บดละเอียด 1 .5 กิโลกรัม
2. หนังหมูต้มสุก 1 กิโลกรม
3. กระเทียม 0.5 กิโลกรัม
4. เกลือ
5. ข้าวเหนียวสุก
6. ใบตอง
7. พลาสติกใส/หนังยาง
ขั้นตอนการทำแหนมหมู
1. เตรียมส่วนผสมเครื่องปรุงรสต่างๆ ทำแหนมหมู ได้แก่ หนังหมูต้มหั่นชิ้นบางๆ เกลือป่น กระเทียมตำละเอียด ข้าวเหนียวสุก พริกขี้หนูสวนสด เตรียมไว้
2. จากนั้นเลือกเนื้อหมูที่สดใหม่ เลือกเนื้อหมูที่ไม่มีมันติดเยอะ แล้วนำมาบดหรือสับให้ละเอียด แล้วนำมาแช่ตู้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง เตรียมไว้
3. จากนั้นนำหมูสับที่แช่เย็นไว้ดีแล้ว นำมาใส่ในชามผสม ตามด้วยใส่เกลือป่นลงไป จากนั้นนำหนังหมูมาต้มให้สุก แล้วหั่นเป็นชิ้นบางๆ ใส่ลงไป จากนั้นให้นวดๆ คลุกเคล้าพอให้เข้ากัน จากนั้นใส่กระเทียมตำละเอียด ข้าวเหนียวสุกที่แช่น้ำล้างยางข้าวแล้ว
4. จากนั้นใช้มือนวดคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนวดให้เข้ากัน ใช้เวลานวดประมาณ 15 นาที ให้ส่วนผสมเข้ากันเป็นอย่างดี
5. จะได้ส่วนผสมแหนมหมู ที่นวดเสร็จแล้ว ได้ส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว เตรียมไว้
6. จากนั้นนำแหนมหมู ที่นวดเตรียมไว้ มาวางบนถุงพลาสติกใส จากนั้นใส่พริกขี้หนูสดหั่น กระเทียมหั่นแว่นลงไป จากนั้นม้วนห่อ พลาสติก ห่อไล่อากาศ ออกให้หมด
7. เตรียมใบตอง นำมาเช็ดทำความสะอาด แล้วฉีกเป็นแผ่นๆ เตรียมไว้
8. จากนั้นวางใบตองลงไป จากนั้นนำแหนมหมู ที่ห่อด้วยพลาสติก มาวางบนใบตอง จากนั้นพับขึ้นบน และพับลงล่าง ดึงห่อให้แน่นๆ จากนั้นพับด้านข้าง ด้านซ้ายด้านขวาเข้ามา ประกบกัน แล้วดึงให้แน่นๆ จากนั้นนำหนังยางมารัด หัวท้ายอีกทีให้แน่นๆศึกษาเพิ่มเติม

“การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเหล็ก”


ตามที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน โดย สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดน่าน ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อฝึกอบรมอาชีพ “การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเหล็ก” ให้กับกลุ่มเป้าหมายประชาชนผู้มีรายได้น้อย บ้านขอน หมู่ที่ 1 ตำบลปัว จังหวัดน่าน จำนวน 20 คน ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจต่อเนื่อง ของสำนักงาน กศน. ด้านการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ กิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง ในการจัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทำอย่างยั่งยืน และสอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียนและศักยภาพของแต่ละพื้นที่ ให้กลุ่มเป้าหมายได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติ เพื่อให้เกิดทักษะ และความชำนาญ มีการบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงาน ภาครัฐ และผู้นำชุมชน
กศน. ตำบลปัว ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอปัว จังหวัดน่าน และโรงเรียนบ้านขอน จึงได้ร่วมมือกันสร้างโอกาสแห่งการเรียนรู้ในรูปแบบการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ให้กับกลุ่มเป้าหมายผู้มีรายได้น้อย บ้านขอน หมู่ที่ 1 ตำบลปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน ศึกษาเพิ่มเติม

นายภักดี สิทธิชัย


ชื่อ นายภักดี สิทธิชัย ชื่อเล่น พัก
สัญชาติ ไทย ศาสนา พุทธ
เกิดวันที่ 15 มิถุนายน 2504
ตำแหน่งปัจจุบัน ครู วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ โรงเรียนศรัทธาศิลาเพชรรังสรรค์
สถานภาพ สมรสแล้วกับนางวารุณี สิทธิชัย มีบุตรชาย 2 คน
ที่อยู่ปัจจุบัน 40 หมู่ 4 บ้านร้อง ตำบลปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน 55120
E – mail puckdee.art @ gmail
ประวัติการศึกษา ประถมศึกษา ป.7 โรงเรียนบ้านร้อง ศึกษาเพิ่มเติม

“การทำกระถางจากยางรถยต์”

ชื่ออาชีพ “การทำกระถางจากยางรถยต์”


รายละเอียดผู้ประกอบอาชีพ (ประวัติข้อมูลส่วนตัว)

นายอนันต์ ไชยศิลป์

ที่อยู่ บ้านเลขที่ 23 บ้านขอน หมู่ที่ 1 ตำบลปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน 55120

โทร 089-9542052

สถานที่ ที่ตั้ง (พิกัด) ของผู้ประกอบอาชีพ

ละติจูด 19.1842264

ลองติจูด 100.8864468

กระบวนการผลิต

วิธีทำ

1. ตัดยาง / กรีดยาง ด้วยมีด จนรอบเส้น

2. หลังจากนั้น นำยางที่ตัดเสร็จแล้ว มานวดยางเพื่อคลายความตึงของยาง

3. จากนั้นทำการกลับยาง โดยใช้เหล็กกลับยาง เสียบเข้าไปด้านที่ตัด / กรีด ให้ด้านในของยางอยู่ด้านนอก

4. เสร็จแล้วจะได้กระถางปลูกผักที่สวยงาม ศึกษาเพิ่มเติม

"การเพาะเห็ดโคนน้อย"


1. ชื่ออาชีพ "การเพาะเห็ดโคนน้อย"

2. รายละเอียดผู้ประกอบอาชีพ (ประวัติข้อมูลส่วนตัว)

นายกัญจน์ สมพันธ์ เกิดวันที่ 23 มกราคม 2561

ที่อยู่ บ้านเลขที่ 5 หมู่ที่ 5 ตำบลปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน

โทร.095-4870728

3. สถานที่ ที่ตั้ง (พิกัด) ของผู้ประกอบอาชีพ ละติจูด 19.190317

ลองติจูด 100.8827182 บ้านป่าลาน หมู่ที่ 5 ตำบลปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน

4. กระบวนการผลิต

เห็ดโคนน้อย (เห็ดถั่ว) เป็นเห็ดที่เพาะง่าย และให้ผลผลิตที่สูง มีรสชาติอร่อย จึงเริ่มเป็นที่นิยมในวงกว้างมากขึ้น จากเดิมที่บริโภคเฉพาะในท้องถิ่น เราสามารถนำมาบริโภคได้ภายใน 5-7 วันนับจากวันที่เริ่มเพาะเห็ด โดยใช้ ฟางข้าว เป็นวัสดุเพาะ นอกจากนี้ยังสามารถที่จะใช้วัสดุเพาะอื่น ๆ เพาะได้อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นต้นและใบถั่วต่าง ๆ ต้นและซังข้าวโพด ทะลายปาล์มน้ำมัน ผักตบชวา ต้นและใบกล้วยที่นำมาหมักให้ย่อยสลายบางส่วน ซึ่งสามารถที่จะนำมาเป็นวัสดุเพาะได้ทั้งสิ้น และเป็นวัสดุเพาะที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น การเพาะเพื่อการบริโภคในครัวเรือนสามารถทำได้ง่ายๆโดยวิธีการเพาะแบบกอง ไม่จำเป็นต้องเพาะในโรงเพาะเห็ด

อุปกรณ์ที่ใช้ในการเพาะเห็ด

  1. วัสดุใช้ในการเพาะเห็ดโคนน้อย (เห็ดถั่ว) เช่น ฟางข้าว ต้นข้าวโพด เปลือกมันสำปะหลัง ผักตบชวา ต้นหรือใบกล้วยแห้ง ทะลายปาล์มน้ำมัน เป็นต้น
  2. ไม้แบบหรือกระบะเพาะ ขนาดที่มีความกว้าง 30 ยาว 50 สูง 30 เซนติเมตร หรือทำจากแผ่นโลหะก็ได้
  3. ก้อนเชื้อเห็ดโคนน้อย จะต้องเป็นเชื้อที่บริสุทธิ์ แข็งแรง และเป็นสายพันธุ์ที่คัดเลือกมาแล้ว
  4. อาหารเสริมใส่ให้กับเห็ดโคนน้อย โดยใช้ปุ๋ยยูเรียในอัตราการใช้ 0.5 กิโลกรัม ต่อน้ำ 70 ลิตร
  5. อุปกรณ์การต้มน้ำ ได้แก่ ถังน้ำมัน 200 ลิตร หรือหม้อต้ม และเชื้อเพลิง อาจใช้ฟืนหรือก๊าซหุงต้มก็ได้
  6. เชือกสำหรับมัดฟางข้าว
  7. พลาสติกสำหรับคลุมกองวัสดุเพาะเพื่อปรับอุณหภูมิที่เราต้องการ และเป็นการบ่มกองวัสดุเพาะด้วย
วิธีการเพาะ อัดวัสดุเพาะในกระบะหรือแบบพิมพ์ เสร็จแล้วอัดฟางให้แน่นแล้วนำเชือกมามัดฟางให้เป็นก้อน หรือจะกะน้ำหนักให้ได้ประมาณ 3-4 กิโลกรัม ต่อมัด หลังจากนั้น ต้มน้ำแล้วละลายอาหารเสริมในน้ำที่เดือด ที่อุณหภูมิประมาณ 80-90 องศาเซลเซียส หรือพอน้ำเดือด จึงนำวัสดุเพาะฟางข้าวที่มัดเป็นก้อนจุ่มลงไป ในน้ำทิ้งเอาไว้นาน 5-10 นาที เพื่อให้อาหารเสริมได้ซึมเข้าไปในวัสดุเพาะ และเป็นวิธีที่ช่วยกำจัดโรคและแมลง และวัชพืชเห็ดต่าง ๆ อีกด้วย จากนั้น นำขึ้นแล้วปล่อยให้เย็นลง ใส่เชื้อเห็ดลงไป
ถ้าใส่เชื้อเห็ดในขณะที่วัสดุเพาะที่ยังร้อนอยู่จะทำให้เชื้อเห็ดตายได้ ยีก้อนเชื้อเห็ดให้กระจายออก นำมาผสมกับรำข้าวในอัตราส่วน 1:1 แล้วหยอดเชื้อเห็ดเป็นจุด ๆ รอบ ๆ กองวัสดุเพาะ แต่ละจุดห่างกัน 10-15 เซนติเมตร และต้องลึกลงไปในวัสดุเพาะ 1 นิ้ว ใช้มือหรือไม้ทำเป็นรูใส่เชื้อเห็ดก็ได้ หลังจากนั้น นำพลาสติกมาคลุมที่กอง ใช้พลาสติกสีดำหรือสีฟ้าก็ได้ โดยพลาสติกจะเป็นตัวที่จะดึงดูดแสงและควบคุมอุณหภูมิได้ดี ศึกษาเพิ่มเติม

วัดบ้านปรางค์ Prang Temple


วัดบ้านปรางค์ Prang Temple
ตั้งอยู่ในเขตบ้านปรางค์ ตำบลปัว ที่วัดนี้มีพระธาตุบุญนาคทรงลังการะฆังคว่ำ เป็นที่เคารพบูชาของคนในตำบลปัว สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2230 นอกจากองค์พระธาตุบุญนาคที่สวยงามแล้ววัดปรางค์ยังมีต้นไม้มหัศจรรย์ที่ชื่อ ต้นดิกเดียม เมื่อเราสัมผัสบริเวณลำต้นเบาๆ ก็จะพบว่าใบของต้นดิกเดียมจะสั่นไหวทุกครั้ง และที่สำคัญต้นไม้ชนิดนี้มีเพียงต้นเดียวในประเทศไทยศึกษาเพิ่มเติม

วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นในตำบลศิลาเพชร

วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นในตำบลศิลาเพชร

ตามตำนานประวัติของตำบลศิลาเพชรตอนหนึ่งได้กล่าวว่า
เจ้าเก้าเกื่อน ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลาน ได้ปกครองเมืองล่างสืบแทน ในสมัยนั้นพญางำเมือง เจ้าเมืองพะเยา ได้ยกทัพมาตีเมืองวรนคร เจ้าเก้าเกื่อนได้ช่วยพ่อคือพ่อขุนฟองปราบข้าศึกจนพ่ายแพ้ไป เจ้าเก้าเกื่อนปกครองเมืองล่างอยู่นั้น ท่านได้พาราษฎรสร้างเจดีย์ขึ้นที่ม่อนพักหรือม่อนป่าสัก (ปัจจุบันอยู่ในเขตบ้านดอนมูล) และได้จัดทำสนามไว้สำหรับชุมชนช้างม้าที่เป็นพาหนะออกทำศึกในที่ดอนแห่งหนึ่ง (ปัจจุบันอยู่ในเขตบ้านดอนไชย)
ต่อมาเจ้าเก้าเกื่อนท่านได้นำต้นโพธิ์มาจากสุโขทัย มาปลูกไว้ใกล้กับบ้านบ่อตองทางทิศตะวันตก พร้อมทั้งสร้างเจดีย์องค์เล็กๆ 1 องค์ ใกล้กับต้นโพธิ์ นำเอาเพชรนิลจินดาแก้วแหวนเงินทองของมีค่าต่างๆ บรรจุไว้ในเจดีย์ ปัจจุบันไม่ปรากฎให้เห็นเจดีย์ เนื่องจากต้นโพธิ์โตขึ้นครอบเจดีย์องค์เล็กจมหายลงไปในดินนานนับหลายร้อยปีแล้ว คงเหลือแต่ต้นโพธิ์ใหญ่ที่สุดในตำบลศิลาเพชรศึกษาเพิ่มเติม

นายสม วรรณชน

นายสม วรรณชน
ที่อยู่ 9 หมู่ 19 ตำบลศิลาเพชร อำเภอปัว จังหวัดน่าน
โทร 09
3.ภูมิปัญญา(บุคลล/คณะบุคคล)
3.1ประเภท(ข้อมูลเฉพาะ)ภูมิปัญญา
-ศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีศึกษาเพิ่มเติม

ข้อคิดเห็นจากเครือข่าย TKP

 
Copyright © 2018 ศูนย์ข้อมูลความรู้ประชาชนจังหวัดน่าน. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand